วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินอีกชนิดหนึ่ง นอกเหนือจากสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น นาฬิกา รถยนต์ โต๊ะ เป็นต้น และอสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เป็นต้น ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา โดยทั่วๆ ไป คนไทยส่วนมากจะคุ้นเคยกับคำว่า "ลิขสิทธิ์" ซึ่งใช้เรียกทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท โดยที่ถูกต้องแล้วทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ที่เรียกว่า ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ไม่ใช่สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม แท้ที่จริงแล้ว ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมนี้ เป็นความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรม ความคิดสร้างสรรค์นี้จะเป็นความคิดในการประดิษฐ์คิดค้น การออกแบบผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม ซึ่งอาจจะเป็นกระบวนการ หรือเทคนิคในการผลิตที่ได้ปรับปรุงหรือคิดค้นขึ้นใหม่ หรือที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นองค์ประกอบและรูปร่างสวยงามของตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังรวมถึงเครื่องหมายการค้าหรือยี่ห้อ ซื่อและถิ่นที่อยู่ทางการค้า ที่รวมถึงแหล่งกำเนิดสินค้าและการป้องกันการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม จึงสามารถแบ่งออกได้ดังนี้ 
สิทธิบัตร (Patent)
เครื่องหมายการค้า (Trademark) 
แบบผังภูมิของวงจรรวม (Layout - Designs Of Integrated Circuit) 
ความลับทางการค้า (Trade Secrets)
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) 


 ลิขสิทธิ์ หมายถึง งานหรือความคิดสร้างสรรค์ในสาขาวรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม งานภาพยนต์ หรืองานอื่นใดในแผนกวิทยาศาสตร์ลิขสิทธิ์ยังรวมทั้ง สิทธิค้างเคียง (Neighbouring Right) คือ การนำเอางานด้านลิขสิทธิ์ออกแสดง เช่น นักแสดง ผู้บันทึกเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ในการบันทึกหรือถ่ายทอดเสียงหรือภาพ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer Program หรือ Computer Software) คือ ชุดคำสั่งที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อกำหนดให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน งานฐานข้อมูล (Data Base) คือ ข้อมูลที่ได้รับเก็บรวบรวมขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ


 สิทธิบัตร หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หรือ ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ (Utility Model) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด 


 เครื่องหมายการค้า หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้า หรือบริการ ได้แก่ เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) คือเครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่น โค้ก เป๊ปซี่ บรีส แฟ้บ เป็นต้น เครื่องหมายบริการ (Service Mark) คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับการบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น เช่น เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคาร โรงแรม เป็นต้น เครื่องหมายรับรอง (Certification mark) คือเครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้า หรือบริการนั้น เช่น เชลล์ชวนชิม แม่ช้อยนางรำ เป็นต้น เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) คือ เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมาบบริการที่ใช้โดยบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน เช่น ตราช้างของบริษัทปูนซิเมนไทย จำกัด เป็นต้น 


 พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 คือ กฏหมายป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ทั้งการเข้าไปแก้ไขทำลายข้อมูลหรือ การแฮกระบบคอมพิวเตอร์ผู้อื่นจนก่อให้เกิดความเสียหาย หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เผยแพร่ข้อมูลเท็จลามกอนาจารกระทบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ จะมีอัตราโทษแตกต่างกันตามความผิด อาทิ มาตรา 5 ผู้ที่เจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ มาตรา 16 ผู้ที่ตัดต่อดัดแปลงภาพบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยเจตนาให้เสียชื่อเสียง อับอาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

การใช้อินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย

ทันภัยการใช้่อินเตอร์เน็ต


ในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมากกว่า 10 ล้านคน (ข้อมูลจาก NECTEC และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ) พบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ยังมีอายุน้อย ได้แก่ กลุ่มเด็กวัยรุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมในการเล่นเกมส์ออนไลน์ การสนทนาออนไลน์ การอ่านหรือเขียนบล็อกและเว็บบอร์ดผ่านทางอินเทอร์เน็ตในแทบทุกครัวเรือนที่มีเด็กและเยาวชนเป็นผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์หลักในบ้าน และจากความนิยมในการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ในวันนี้กำลังเพลิดเพลินไปกับเทคโนโลยี Web 2.0 ที่เรารู้จักกันในนามเว็บ “Social Network” เช่น เว็บ Hi5, Myspace และ Facebook ภัยอินเทอร์เน็ตสมัยใหม่จึงมุ่งไปยังกลุ่มเด็กวัยรุ่นและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตามบ้าน ผ่านทางการเข้าเว็บ Social Network ดังกล่าว อีกทั้งการนิยมชำระเงินและทำธุรกรรมผ่านทางระบบออนไลน์ เช่น ระบบ Internet Banking และระบบ Pay-Online ต่างๆ ทำให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีหันมาปล้นเงินผ่านทางระบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้นด้วยวิธีการล่อลวงทาง Cyber ในแบบต่างๆ เช่น การใช้เทคนิค Phishing และ Pharming ตัวอย่างภัยการใช้อินเตอร์เน็ตได้แก่


 ภัยจากการใช้เทคโนโลยี Web 2.0 ผ่านทางเว็บ Social Network (Client-side Attack) 

การหลอกลวงผ่านทางการเข้าเว็บยอดนิยม เช่น Hi5 หรือ Face Book นั้นกำลังเป็นที่นิยมไปยังหมู่แฮกเกอร์ ด้วยเทคนิคหลากหลายรูปแบบผสมผสานกัน เช่น การใช้ Phishing ร่วมกับ Social Engineering เช่นการหลอกให้ผู้ใช้หลงเข้าไปล็อกอินในเว็บไซต์ปลอมที่ดูเหมือนเว็บไซต์ Social Network ยอดนิยม ทำให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตถูกขโมย Username และ Password โดยไม่รู้ตัว (Identity Theft) ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมประสงค์ร้าย เช่น โปรแกรมม้าโทรจันยังนิยมแพร่กระจายผ่านทางเว็บไซต์ Social Networkดังกล่าวด้วย

การป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการล่อลวงผ่านทางเว็บ Social Network ดังที่กล่าวมาแล้ว คือ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ต้องคอยสังเกตเวลา Login เข้าเว็บไซต์ว่าเป็น เว็บไซต์จริงหรือเว็บไซต์ปลอม (เพื่อเป็นการป้องกันเทคนิค
Phishing) และที่สำคัญ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องมีสติระลึกให้รู้ก่อนการคลิกเม้าส์หรือการป้อนข้อมูลส่วนตัว เช่น
Username หรือ Password ลงในเว็บไซต์ที่เรากำลังใช้งานอยู่ นอกจากนี้ยังควรหมั่น Update ข้อมูลข่าวสาร
ให้เป็นปัจจุบัน โดยการเข้าไปอ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในอินเทอร์เน็ตหรืออ่านจากแมกกาซีนต่างๆ
เพื่อให้เข้าใจถึงเทคนิคการล่อลวงใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 


 ภัยจากการทำธุรกรรมออนไลน์และการใช้ e-Commerce/e-Banking (Identity Theft, Credit Card/ATM fraud andFinancial Fraud)


ภัยในข้อสองนี้กำลังมีอัตราการเพิ่มขึ้นตามความนิยมที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชอบหันมาทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น เช่น การโอนเงินไม่จำเป็นต้องโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็มแต่สามารถโอนผ่านระบบ Internet Banking ได้ เนื่องจากสะดวกสบาย รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายในการ เดินทาง ที่สำคัญไม่ต้องใช้บัตรเอทีเอ็มก็สามารถโอนเงินได้ หรือการซื้อของผ่านทางอินเทอร์เน็ตสามารถใช้เพียงแค่ข้อมูลในบัตรเครดิตก็สามารถสั่งซื้อของได้โดยง่าย ดังนั้น กลุ่มอาชญากรคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่จึงนิยมเจาะระบบการทำธุรกรรมออนไลน์เป็นหลัก เนื่องจาก มีผลประโยชน์เป็นตัวเงินจากการขโมยเงินในบัญชีของเหยื่อ เรียกว่า เลิก “Hack For Fun” แต่หันมา “Hack For Money” แทน อาชญากรไฮเทคสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้จากการประกอบมิจฉาชีพโดยการเจาะระบบโดยบางคนทำเป็นอาชีพเลยก็มี

นอกจากการเจาะระบบแล้วยังมีวิธีการโกงในแบบต่างๆ เช่น การแอบ copy แถบแม่เหล็กเพื่อปลอมบัตรเครดิต และบัตรเอทีเอ็มอย่างผิดกฎหมายอีกด้วย (Skimming) นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอื่นเช่น เทคนิค Phishing และ Pharming ล่าสุดเหยื่อภัยอินเทอร์เน็ตถูกหลอกให้ติดตั้งโปรแกรมม้าโทรจันลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทาง Internet Browser ยอดนิยมเช่น IE และ Firefox โดยโปรแกรมม้าโทรจัน
ดังกล่าวมักจะทำงานในลักษณะของโปรแกรมดักข้อมูลจากคีย์บอร์ด (Keylogger/Spyware) เคยมีกรณีตัวอย่างเกิดขึ้นในประเทศไทยมาแล้ว โดยลูกค้าธนาคารแห่งหนึ่งถูกขโมยโอนเงินไปกว่า 800,000 บาท จากวิธีดังกล่าว เทคนิคการหลอกหลวงนั้นยังพัฒนาเพื่อการขโมย Username และ Password ของเหยื่อ เช่น เทคนิค Fast Flux และ เทคนิค Typosquatting หรือ URL hijacking ตลอดจนการโทรศัพท์
หลอกลวงให้เหยื่อหลงบอกข้อมูลส่วนตัวดังที่เป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ด้วยเทคนิค Vishing รวมทั้งการหลอกลวง โดยเทคโนโลยีดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ได้แก่ เทคนิค “Social Engineering” โดยการหลอกอำเหยื่อเพียงแค่ส่งอีเมล์มาหลอก นิยมเรียกเทคนิคนี้ว่า “Internet SCAM” เช่น การได้รับจดหมายหลอกลวงจากประเทศไนจีเรีย (Nigerian SCAM) โดยหลอกลวงว่าเราจะได้รับเงินก้อนใหญ่แค่เพียงโอนเงินค่าธรรมเนียมเล็กน้อยไปให้เขาก่อน เรียกว่า “ตกทองยุคไฮเทค“ ก็ว่าได้

ทางแก้ปัญหาทั้งหมดดังกล่าวนี้ ก็เป็นทางแก้ปัญหาในแบบเดิมๆ ด้วยการกำหนดสติเวลาที่เรากำลังทำธุรกรรมออนไลน์ โดยต้องไม่หลงเชื่ออีเมล์หลอกลวงที่ทำให้เราเกิดความโลภและตกเป็นเหยื่อโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่วนการถูกแอบปลอมบัตรเครดิตนั้น ทางแก้คือ เราควรหมั่นตรวจเช็ค Credit Card Statement และถ้าพบปัญหาให้แจ้งไปยังธนาคารต้นสังกัดที่เราใช้บัตรเครดิตอยู่ ก็สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหา
ดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

บริการต่างๆในอินเทอร์เน็ต

" บริการต่างๆในอินเทอร์เน็ต "

 World Wide Web (WWW) เครือข่ายใยแมงมุม

        
          เป็นการเข้าสู่ระบบข้อมูลอย่างข้อมูลในรูปของ Interactive Multimedia คือ มีทั้งรูปภาพ ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวีดีโอ อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้ยังใช้ระบบที่เรียกว่า hypertext กล่าวคือ จะมีคำสำคัญหรือรูปภาพในข้อมูลนั้นที่จะช่วยให้ท่าน เข้าสู่รายละเอียดที่ลึกและกว้างขวางยิ่งขึ้น คำสำคัญดังกล่าวจะเป็นคำที่เป็นตัวหนา หรือขีดเส้นใต้ เพียง แต่ท่านเลือกกด ที่คำที่เป็นตัวหนาหรือขีดเส้นใต้นั้น ๆท่านก็สามารถเข้าสู่ข้อมูลเพิ่มเติมได้ (ข้อมูลเหล่านี้จะมีผู้สร้างขึ้นมาและเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ทั่วโลก)



Search Engine  (บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต)
          Search Engine เป็นเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือในการที่จะค้นหาเว็บไซต์ต่าง ๆ มาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ     ตัวเองโดยอัตโนมัติ เช่น Google.com หรือ Altavista.com ซึ่งเครื่องมือนี้ มีชื่อเรียกว่า Search Robot     จะทำหน้าที่คอยวิ่งเข้าไปอ่านข้อความจากหน้าเว็บไซต์ ของเว็บต่าง ๆ แล้วนำมาจัดลำดับคำค้นหา (Index)     ที่มีในเว็บไซต์เหล่านั้น เก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเอง เมื่อเราเข้าไปใช้บริการ 
กับ Search Engine 



วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

ภาษา Logo

ภาษาโลโก (Logo programming language) เป็นภาษาโปรแกรมเชิงการใช้งาน (Functional Programming Language) โดยมีรากฐานมาจากภาษาลิสป์ โดยจุดประสงค์ดั้งเดิมในการสร้างก็เพื่อใช้ในด้านการศึกษาในเรื่องหลักการใน การเขียนโปรแกรม            ภาษาโลโกมักจะถูกเรียกด้วยชื่อ "เต่าโลโก"